Surfboard Fins Guide มาทำความรู้จัก " ฟิน " อุปกรณ์สำคัญของการโต้คลื่น ( Focus on Longboard )

นอกจากกระดานโต้คลื่นซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในกีฬาโต้คลื่นแล้ว อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ ฟิน ที่หากเปรียบก็เหมือนหางเสือของเรือที่มีผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหว การเร่งความเร็ว วันนี้ทีม Better Surf Thailand เลยได้โอกาสรวบรวมความรู้ที่ค่อนข้างหายากในสื่อไทยมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน



LONGBOARD FINS

ด้วยความที่บ้านเราเริ่มที่จะมี Longboard culture ขึ้นมา ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อนๆหลายคนที่เลือกซื้อบอร์ดไปแล้วก็อาจจะมีความสงสัย ว่า บอร์ดของตัวเองควรจะใช้ฟินไหนและถ้า ฟินที่ตัวเองมีอยู่แล้ว มันเพียงพอหรือไม่ และฟินแต่ละแบบมีไว้เพื่ออะไรบ้าง



จริงๆ แล้วก่อนที่เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องฟิน ตัวเราเองต้องเข้าใจให้ได้ก่อนว่า ตัวผู้เล่นเองต้องการอะไรบอร์ดที่ตัวเองมีเป็นบอร์ดแบบไหน แล้วจึงจะมาดูว่าฟินที่เรามีมันตอบโจทย์ส่งให้เราสามารถเล่นได้ตามความต้องการของเราหรือไม่

Fin

เจ้า “ ฟิน ” หรือเรซินชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นนี้ตั้งอยู่ที่ด้านหลังของบอร์ดของ เพื่อนๆ และแน่นอนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดพฤติกรรม สไตล์การเล่นของเพื่อนๆ อีกเหมือนกัน



เราเองต้องออกตัวไว้ก่อนว่าเราไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่า เพื่อนๆ ควรจะใช้ฟินอะไร เพราะทั้งนี้การเลือกใช้ฟินก็ขึ้นอยู่กับ สไตล์การเล่นของแต่ละคนด้วย

ความคิดเห็นส่วนตัวของเราเอง ในหลักการพิจารณาเลือกฟินให้เหมาะสม SURFER NEEDS + SURF LONGBOARD + WAVES CONDITION

= FIN LONGBOARD SURFER NEEDS เราต้องถามตัวเองก่อนว่าแบบบอร์ดที่เราเล่นมีคาเรคเตอร์ยัง ไง


- เราต้องถามตัวเองก่อนว่าแบบไหนคือสไตล์การเล่นที่เราชอบ และอยากจะเป็น

- สไตล์ของผู้เล่น

- สัดส่วนของผู้เล่น

SURF LONGBOARD

บอร์ดที่เราเล่นมี คาเรคเตอร์ยังไง


- คาเรค เตอร์ของ บอร์ด - น้ำหนัก บอร์ด - ความใหญ่คลื่น ความแรงและ ความเร็วคลื่น

WAVES CONDITION

- ความใหญ่ของคลื่น ความแรง และความเร็วของคลื่น




FIN

ฟิน หรือ ครีฟ เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้การเล่นของเราไปสู่เป้าหมายมากขึ้น


ไม่มีใครมาตัดสินให้เราได้ทั้งหมดว่าเราควรจะใช้ฟินอะไร ตัวผู้เล่นเองจะต้องลองทดลองเพื่อให้รู้ฟีลลิ่งของฟินแต่ละแบบด้วยตัวเอง เพราะถ้าหากเป็นเรื่องของความรู้สึก คงไม่มีใครสามารถมากำหนดให้กันได้

Fin Template



LongBoard Fin



ฐานของFin ( Base )


ฐานไม่ว่าจะเป็น longboard หรือ shortboard ฐานของฟินจะเป็นสิ่งช่วย สร้างความเร็ว ให้บอร์ดของเรานั่นเอง

ฐานกว้าง ช่วยให้สร้างความเร็วให้บอร์ด แต่ลดความคล่องแคล่วของการเทิร์น การเลี้ยวของบอร์ดลง

ฐานแคบ บอร์ดคล่องแคล่วมาก เลี้ยวง่าย แต่ความเร็วในส่งให้บอร์ดพุ่งจะน้อยลง


Noserider การใช้ฟินที่มีความสูงมาก เพราะมีการยึดเกาะสูง


Performance ก็มักจะใช้ฟินที่มีขนาด เล็กลง เพื่อให้บอร์ดมีการเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น ดังนั้นถ้าเราพูดถึง Longboard ทั้งสองประเภท

การเล่น Board longboard Classic การใช้พื้นที่ บนบอร์ด โดยมีเป้าหมายที่จะใช้พื้นที่จนไปถึง nose rider ให้เลือกฟินที่ มีฐานกว้างๆ จะทำให้ บอร์ดมีความสมดุล

เพื่อนๆ ที่ชอบเล่นแบบ Performance ก็อาจจะ ต้องเลือกฟินที่ มีฐานแคบลง เพื่อทำให้บอร์ด คล่องแคล่วขึ้นนั่นเอง


ความสูงของฟิน ( Height ) จะเน้นไปที่การช่วยให้บอร์ด ยึดเกาะกับคลื่นนั่นเอง

ถ้าเราเล่น Longboard แบบ noserider การใช้ ฟินที่มีความสูงก็จะทำให้บอร์ดเคลื่อนที่เร็วขึ้น และมีการยึดเกาะสูง

ในขณะที่เพื่อนๆ ที่เล่นแบบ Performace ก็มัก จะใช้ฟินที่มีขนาดเล็กลง ทำให้มีความเฟี้ยว ฟ้าวมากขึ้นนักเล่นกระดานโต้คลื่นยิ่งสนุกก็ยิ่งมีขนาดฟินเล็กลงเท่านั้น

มุมความโค้งของฟิน มีผลต่อกระบวนการเลี้ยว ความโค้งเว้าของฟินเป็นอีกเกณฑ์พิจารณาเลือกฟินให้เหมาะกับบอร์ดของตัวเองด้วย

รูปร่างของความโค้งเว้าจะช่วยให้มั่นใจและส่งผลโดยตรงต่อกระบวนการเลี้ยว เราต้องดูว่าลักษณะการเล่นที่เราชอบ ชอบเลี้ยวช้า เลี้ยวเร็ว ฟีลลิ่งของขาที่กดน้ำหนักเลี้ยว ยิ่งความชอบนี้มีความชัดเจนมากเท่าไหร่ เพื่อนๆ ก็ จะสามารถคอนโทรลพลังขาของเพื่อนๆ ให้เหมาะกับฟินที่ชอบเท่านั้น แน่นอนว่าคำแนะนำทั้งหมดที่พูดมา จะต้องอยู่ในบริบทตัวเลือกนี้จะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง ทางกายภาพน้ำหนักและประสบการณ์ของ เพื่อนๆ แต่ละคนด้วย



ตำแหน่งของฟิน ตำแหน่งของการวางฟิน ก็มีส่วนช่วยให้ลักษณะการเล่นของบอร์ดด้วย หากติดตั้งฟินไว้ด้านบนมากๆ ก็จะมีผลเช่นกันที่จะทำให้การเลี้ยวของบอร์ดง่ายขึ้น หากถอยฟินมาด้านหลัง ฟินก็จะยึดเหนี่ยวกับน้ำและมีส่วนให้เลี้ยวยากขึ้นทั้งนี้ จะต้องดูตามความพึงพอใจของผู้เล่นเป็นหลักด้่วย

Position ของฟิน เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่ากล่อง Single Fin ของ Longboard จะมีขนาดใหญ่กว่าฐานของ Fin ซึ่งสมารถ ปรับระดับ การวางตำแหน่งของ Fin ได้


จัดตำแหน่งครีบไปข้างหน้า (ไปทางจมูกของบอร์ด) จะทำให้เราเลี้ยวได้เร็วขึ้น และแน่นอนว่า

การวางตำแหน่งฟินไว้ด้านหลังหลัง (ไปทางหาง) จะทำให้เราเลี้ยวได้ช้าลง และควบคุมบอร์ดได้มากกว่า



โดยปกติแล้วเวลาที่เราเลือกฟิน มันจะมีทริกอยู่บ้าง เช่น

Single Fin : โดยปกติแล้ว longboard เป็นบอร์ดที่มีขนาด 9 ฟุตขึ้นไป และฟินที่ใช้สำหรับเล่น แบบคลาสสิค เพื่อให้สามารถเล่นแบบ Noseriding ได้ก็ควรจะเป็น 9 ฟุตคุณจะต้องการเดือย 9 "-9.5", สเตจ 6 หรือ D-Fin

ถ้า Longboard ของเรา ผู้เล่นเป็นคนตัวเล็กมีน้ำหนักเบา ก็จะเลือกใช้ Single fin 9 – 9’5 แต่หากผู้เล่นมีน้ำหนักพอดี สามารถมีประสบการณ์ในการเล่น สามารถปรับขนาดของ single fin ขึ้นมาเป็น 9’5 – 10 ได้

หรือถ้าหากเป็นผู้ชายตัวใหญ่ ร่างใหญ่ บอร์ดยาวขึ้นไปเป็น 9’6 ก็อาจจะต้องปรับการใช้ฟินเป็น 10-11” ก็ได้เช่นกัน อันนี้ขึ้นอยู่ความพึงพอใจของผู้เล่นโดยเฉพาะ หลายๆ อย่างเอามาประกอบกัน ฐานของฟิน




Flex Fin


Flex Fin จะเน้นไปที่ความยืดหยุ่น ความโค้งงอได้ มากกว่า longboard fin ทั่วไป ความโค้งงอที่ เป็นเอกลักษณ์ของ Flex fin จะทำให้บอร์ดของเรา จะ ทำให้บอร์ดของเรามีความสปริง มีชีวิตชีวา

วิธีการทำงานคือ ความยืดหยุ่นของฟินประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะปรับไปตามการหมุนของน้ำทำให้บอร์ด สามารถหมุนได้เร็วขึ้น ยังมีความยืดหยุ่นตามเลเวลของความเฟลคของแต่ละ Flex fin ที่เลือกใช้ ซึ่ง level ของความเฟล็กมากน้อย จะมีผล ต่อปริมาณของไดรฟ์ที่ครีบจะให้เมื่อคุณถ่ายน้ำหนักลง




PIVOT FIN

ฟินแบบนี้ที่เหมาะที่สุดสำหรับบอร์ดสไตล์ noserider เพราะ มีหางที่กว้างทำให้มีความมั่นคงมาก ดังนั้นคุณจึงสามารถเกาะอยู่กับน้ำได้ พื้นที่ผิวฟินมี จำนวนมากทำให้การยึดเกาะกับน้ำได้มากทำให้เราสามารถเดินเล่นไปบนกระดานได้โดยไม่รู้สึก ว่าหางของบอร์ดหลุดออกมา

นอกจากนี้ยังเป็นเทมเพลตที่ตั้งตรงซึ่งช่วยให้ คุณสามารถหมุนบอร์ดเมื่อคุณกลับไปที่หางเพื่อ เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว



CUTAWAY FIN

ฟินแบบตัด มีฐานที่แคบกว่าฟินลองบอร์ดส่วนใหญ่ ถ้าใช้เป็น Single fin ปกติจะทำให้เลี้ยวง่าย เลี้ยวเร็ว มาก ส่วนใหญ่ฟินประเภทนี้มักจะนำมาใช้กับลองบอร์ดแบบ 3 ฟิน ( 2+1 ฟิน ) คือ มีฟินข้างเป็นตัวช่วยให้บอร์ดสามารถเลี้ยวได้ เร็ว แต่ยังสามารถคอนโทรลบอร์ดให้มีความ คล่องแคล่วตามต้องการ



STAGE 6 FIN

ฟินประเภทนี้ ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ แต่ด้วยรูป ลักษณ์ที่แปลก เลยคิดว่าน่าจะเอามาพูดให้เพื่อนๆ ฟัง

Stage 6 fin เป็นฟินที่อยู่ตรงกลางระหว่าง cutaway fin และ the pivot fin มันมีความสมดุลของมันอยู่คือ ส่วน ฐานมีความแคบน้อยทำให้เลี้ยวง่าย ด้านปลายของฟิน ทำหน้าที่ล็อกน้ำ พอเอาทั้งสองมารวมกันทำให้ ผลที่ได้ ออกมาคือ ฟินนี้สามารถเทิร์นได้อย่างคล่องแคล่ว แล้ว ยังใช้กับ noserider ได้อีกด้วย


D FIN


นี่เป็นฟินแบบเก่า สมัยเก่าแก่ที่ได้รับ ความนิยมในช่วงที่ทุกคนกำลังขี่ท่อนซุงไม้ขนาด ใหญ่และหนัก เพื่อนๆ อาจจะเคยเห็นรูปขาวดำ ช่วงเริ่มต้นของ Longboard ยุคคลาสสิก 50s / 60s พร้อมกระดาน longboard ทั้งหมดยืนพิงเนิน ทราย ซึ่งทุกคนจะมี D fin ติดอยู่ที่บอร์ด D Fin อาจะจไม่ใช่ครีบที่เอนกประสงค์ที่สุด แต่เป็นฟินที่ค่อนข้างแกร่งเนื่องจากฐานที่กว้างมากและไม่ มั่นคงเหมือนฟินที่มีเดือยที่จมูก และเพราะมันไม่ สูง D fin เหล่านี้จุดเริ่มต้นคือออกแบบมาเพื่อให้ นักโต้คลื่นสามารถเล่นคลื่นไปตามทางตรง เลี้ยว ยากนั่นเอง กลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการโต้คลื่น นั่นเอง

Tips : เรื่อง กล่องฟิน เราเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนเคยเจอปัญหานี้ คือซื้อบอร์ดมา แล้วเจอฟินที่ชอบ แต่เจ้าฟินดันใส่ไม่ได้กับ
บล็อกฟินอันนั้น ไม่ต้องตกใจ มันเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ 80% เลย เพราะเราก็เคยเจอทั้งหลวม ทั้งแน่น ทั้งลึก ทั้งตื้น เจอหมด


เป็นยังไงกันบ้างครับ กับความรู้เรื่องฟินที่ทีมงาน Better Surf Thailand ตั้งใจรวบรวมเอามาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน สำหรับใครที่อยากจะย้อนไปฟังข้อมูลเต็มๆใน Live! คุยเรื่องคลื่นที่เนื้อหาเยอะกว่าแน่นกว่า สามารถกดไปฟังได้ที่ https://www.facebook.com/bettersurfthailand/videos/257058918754471/


และหากเพื่อนๆสนใจอยากจะซื้อฟินสำหรับ Longboard หรืออยากปรึกษาเรื่องฟินที่มีอยู่ inbox มาคุยกันได้ที่ www.facebook.com/bettersurfThailand


ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม หวังว่าความรู้เล็กๆน้อยครั้งนี้จะทำให้เพื่อนๆโต้คลื่นสนุกขึ้นนะครับ แล้วเจอกันที่ Line Up


#เรียนโต้คลื่นในไทยเรียนกับBettersurfThailand

© 2019 BETTERSURF THAILAND BY BEACHBOY COMMU 

  • White Facebook Icon
  • White Twitter Icon
  • White YouTube Icon
  • White Instagram Icon